โครงการส่งเสริมวิชาการเทศนาธรรม“สามเณรธรรมาสน์ทอง” ปี ๒๕๕๙ จัดพิธีรับโล่พระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ

    สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และ                                      กรมการศาสนา จัดพิธีรับโล่พระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ โครงการส่งเสริมวิชาการเทศนาธรรม “สามเณรธรรมาสน์ทอง” ปี ๒๕๕๙

    โครงการส่งเสริมวิชาการเทศนาธรรม“สามเณรธรรมาสน์ทอง” จัดขึ้นเป็นปีที่ ๓ ด้วยมีจุดมุ่งหมาย              เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ และส่งเสริม สร้างโอกาสให้สามเณร ผู้เป็นศาสนทายาทได้เรียนรู้หลักการเทศนาธรรมและสืบทอดวิถีแห่งการแสดงพระธรรมเทศนาอย่างถูกต้อง อีกทั้งเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยดำรงพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบไป โดยมีสามเณรจากทั่วประเทศ จำนวน ๙๘ รูป เข้าอบรมศึกษาเรียนรู้วิธีปฏิบัติการแสดงพระธรรมเทศนาอย่างถูกต้อง โดยแบ่งการอบรมออกเป็น ๓ ระยะ คือ

    ระยะที่ ๑ ช่วงวันที่ ๒๗ เมษายน – ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๙ จัดอบรมวิชาการเทศนาธรรม ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และนำคณะสามเณร ฯ ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจและศึกษาดูงาน ณ ศาสนสถานสำคัญ อาทิ วัดพระปฐมเจดีย์ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม และพุทธอุทยานพระพุทธเมตตาประชาไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ และวัดทิพย์สุคนธาราม จังหวัดกาญจนบุรี วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งอนันตสมาคม และอาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เป็นต้น โดยสามเณรทุกรูปได้แสดงพระธรรมเทศนา โดยคณะกรรมการคัดเลือกอันประกอบด้วยพระเถรานุเถระและผู้ทรงคุณวุฒิได้คัดเลือกสามเณรที่มีความโดดเด่น จำนวน ๒๐ รูป เข้ารับการอบรมในระยะต่อไป

    ระยะที่ ๒ วันที่ ๒๒ – ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๙  สามเณรจำนวน ๒๐ รูป ได้เรียนรู้วิถีนักเทศน์จาก           พระเถระผู้ใหญ่และฝึกเทศนาธรรม โดยได้รับบทอุเทศน์จากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช พร้อมกับแสดงพระธรรมเทศนาเชิงประจักษ์ ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

    และระยะที่ ๓ เมื่อวันที่  ๓๑ ตุลาคม – ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ สามเณรทั้ง ๒๐ รูป เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ และศึกษาดูงาน รวมถึงประกอบพิธีสดับปกรณ์และเจริญจิตตภาวนาน้อมถวายพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ สังเวชนียสถานและพุทธสถานสำคัญในสาธารณรัฐอินเดียและสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล เป็นระยะเวลา ๘ วัน

    ซึ่งคณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกสามเณรที่มีผลการแสดงพระธรรมเทศนาเป็นที่ประจักษ์ รวมถึงและมีความโดดเด่น จำนวน ๓ รูป เข้ารับโล่พระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์พระบรมราชินีนาถ ได้แก่

    ๑. สามเณรภาคภูมิ   เกตุกอ         วัดคลองโพธิ์      จังหวัดอุตรดิตถ์             ด้านปฏิภาณการเทศนา
    ๒. สามเณรสุรทิน    โยสอาด       วัดศรีเอี่ยม         จังหวัดกรุงเทพมหานคร  ด้านปฏิปทาการเทศนา
    ๓. สามเณรสุรชัย     ศรีกล่ำ         วัดศรีโพธิ์งาม     จังหวัดสุโขทัย                ด้านโวหารการเทศนา

    และในวันนี้ ( ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ) สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกรมการศาสนา ได้จัดพิธีรับโล่พระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ แก่ “สามเณรธรรมาสน์ทอง” จำนวน ๓ รูป พร้อมทั้งถวายทุนการศึกษาแก่สามเณร วัด และสำนักเรียนสังกัดของสามเณร โดยมี นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธี และนายสด  แดงเอียด   ที่ปรึกษาด้านการศาสนา ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในฐานะประธานกรรมการโครงการฯ รวมทั้งตัวแทนจากหน่วยงานภาคี เดินทางมาร่วมเป็นเกียรติ ในพิธีครั้งนี้

    นายสด  แดงเอียด  ที่ปรึกษาด้านการศาสนา ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี สำนักงานทรัพย์สิน                ส่วนพระมหากษัตริย์ ในฐานะประธานกรรมการโครงการฯ  กล่าวว่า “โครงการส่งเสริมวิชาการเทศนาธรรมสามเณรธรรมาสน์ทอง เป็นโครงการที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกรมการศาสนา จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมหลักวิชาการเทศนาธรรมที่ถูกต้องให้แก่สามเณร ด้วยตระหนักว่า สามเณรเป็นศาสนทายาทที่สำคัญในการสืบทอดพระพุทธศาสนา โดยมีพระมหาเถระ พระเถรานุเถระ หรือผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรอบรู้และเชี่ยวชาญในการเทศนาเป็นวิทยากรให้ความรู้ ทั้งภาควิชาการและการฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรซึ่งได้กำหนดเนื้อหาสาระและระยะเวลาอย่างเหมาะสม ในการอบรมซึ่งจะสามารถพัฒนาศักยภาพของสามเณร ให้มีความสามารถ   ต่อการปฏิบัติภารกิจในการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้องและกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้  ได้กำหนดคุณสมบัติของสามเณรผู้เข้าอบรมโครงการดังกล่าว คือ ต้องมีอายุระหว่าง ๑๕ – ๒๐ ปี  ต้องมีพื้นฐานความรู้ สอบไล่ได้นักธรรมเอก หรือเปรียญธรรม ๓ ประโยคขึ้นไป และได้รับความเห็นชอบจากเจ้าคณะจังหวัด

    เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๗ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ดำเนินโครงการดังกล่าวโดยมีสามเณรจากทั่วประเทศเข้าอบรม จำนวน ๒๗๓ รูป ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ มีสามเณรจากทั่วประเทศเข้ารับการอบรมเป็นรุ่นที่ ๒ จำนวน ๙๒ รูป และในปี พ.ศ.๒๕๕๙ มีสามเณรเข้ารับการอบรม จำนวน ๙๘ รูป

    ทั้งนี้โดย “สามเณรธรรมาสน์ทองปี ๒๕๕๙” ที่มีความสามารถโดดเด่น ทั้ง ๓ รูป กล่าวถึงความรู้สึกในการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ว่า

    สามเณรภาคภูมิ เกตุกอ วัดคลองโพธิ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ด้านปฏิภาณการเทศนา กล่าวว่า “การเข้าร่วมโครงการฯครั้งนี้ ได้อะไรเกินกว่าที่คิดไว้มาก หมายถึง ไม่ใช่มีแต่วิชาการเทศนา แต่ยังมีสิ่งอื่นที่ได้รับจากโครงการฯ ไม่ว่าจะเป็นวิธีคิด จรรยามารยาท รวมถึงการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ก็ดีใจที่คณะกรรมการหรือพระเถระท่านเห็นความสามารถของเรา” ซึ่งจะได้นำความรู้ที่ได้ไปเผยแผ่ให้พุทธศาสนิกชนได้ทราบถึงหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาพระพุทธเจ้าผ่านการเทศนาธรรมที่ถูกต้องต่อไป

    สามเณรสุรทิน โยสอาด วัดศรีเอี่ยม จังหวัดกรุงเทพมหานคร ด้านปฏิปทาการเทศนา  กล่าวว่า“โครงการสามเณรธรรมมาสน์ทอง  ก่อนเข้าร่วมโครงการฯ ก็มีโอกาสเทศน์บ้าง แต่ก็ไม่ได้มีหลักวิชาการอะไรมากนัก แต่เมื่อได้มาเข้าอบรมในโครงการสามเณรธรรมาสน์ทอง จึงได้รู้ว่า การเทศน์นั้นก็มีระเบียบปฏิบัติเป็นแบบแผนอยู่ มีหลักการความถูกต้องชัดเจน ซึ่งถ้าเราทำได้ ก็จะทำให้การอยู่บนธรรมาสน์ของเรานั้นสง่างาม และเผยแผ่ให้พุทธศาสนิกชนได้นำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจง่ายและเข้าถึงหลักธรรม นำไปยึดถือปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

    สามเณรสุรชัย ศรีกล่ำ วัดศรีโพธิ์งาม จังหวัดสุโขทัย ด้านโวหารการเทศนา กล่าวว่า “เมื่อเข้ามาร่วมอบรมโครงการฯนี้ ก็ได้ความรู้เรื่องวิธีการเทศน์ที่มีแบบแผนถูกต้องตามที่บูรพาจารย์ท่านได้ปฏิบัติมา ในฐานะที่ได้รับเกียรติในครั้งนี้  อาตมาก็จะใช้ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่ได้รับการอบรมมา ไปถ่ายทอดให้กับสามเณรรุ่นน้อง รวมทั้งสอนญาติโยมพุทธบริษัทให้รู้ในหลักธรรมของพุทธองค์เพื่อเป็นการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา และเป็นศาสนทายาทที่ดี”